สวนผักและฟาร์มไก่ในบ้าน – แชร์ประสบการณ์วิถีคนเมืองหัดปลูกผักค่ะ

จุดเริ่มต้น

อยากเป็น Popuri เลี้ยงไก่ อยากลองกักตัวเองอยู่บ้านดูแล้วพึ่งพิงข้างนอกให้น้อยที่สุดค่ะ

จริงๆ เราก็ปลูกผักก๊อกแก๊กมาสักพักแล้วหล่ะ แต่ด้วยความที่ชอบเป็นสาวออฟฟิตนั่งหน้าคอมเลยไม่ค่อยได้ออกไปเอ็นจอยวิถีธรรมชาตินอกบ้านสักเท่าไหร่ จนช่วงโควิดมาก็รู้สึกว่าไม่ได้หล่ะ ถึงเราจะหาเงินได้ แต่สงครามการแก่งแย่งอาหารมันไม่สนุกเลย เราควรจะเลิกเป็นพนักงานออฟฟิตแล้วมาสร้างแหล่งอาหารเองให้เป็นได้แล้ว ออกไปรับแสงแดดข้างนอกบ้าง ทำอย่างอื่นบ้าง หาสกิลใหม่ๆ ให้ตัวเอง

ก็เลยเริ่มปลูกผักจริงจัง และลุกลามไปถึงเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ด้วยค่ะ (ปัจจุบันยกเป็ดให้ฟาร์มไปแล้วเพราะสู้ความก๊าบของพวกนางไม่ไหว 5555)

.

ลักษณะของบ้าน

– บ้านจัดสรรในโครงการ ดินส่วนมากเป็นดินแข็งๆ คล้ายดินเหนียว หรือไม่ก็ดินถมที่ ไม่มีสารอาหารใดๆ

– มีสนามหญ้า มีต้นไม้ที่มาพร้อมซื้อบ้าน

– มีเศษอาหารเปลือกผักผลไม้ ฯลฯ ตลอด

– เคยซื้อดินมาเติมโคนต้มไม้ พุ่มไม้ต่างๆ พวกดินถุงๆ ที่ขายริมถนน พวก 6-8 ถุงร้อยค่ะ

– บ้านมีที่ดินแต่นึกไม่ออกว่าจะทำตรงไหนดี หมุนไปหมุนมาปรึกษาเพื่อนรุ่นพี่ไปเรื่อยๆ ก็จะได้ไอเดียเองค่ะ และเนื่องจากการจ้างคนมาทำมันแพงมากกกกกก ก็เลยทำเองค่ะ เป็นการบังคับตัวเองให้หลุดออกจากวงจรออฟฟิตซินโดรม และเตรียมร่างกายและความรู้ไว้รับวันเกษียณอายุค่าาา 55555+



สิ่งที่เรียนรู้จากประสบการณ์ 1 ปีที่ผ่านมา

เรื่องทั่วไป

– อัตราส่วนเรื่องการปลูกผักไม่ต้องเป๊ะได้ค่ะ นี่ไม่ใช่การทำเค้ก เราสามารถอินดี้ได้อย่างเต็มที่ ผักตายก็ปลูกใหม่ นี่คือการทดลองและการผจญภัย ไม่มีผลต่อเงินเดือนและโบนัส

– เริ่มปลูกจากง่ายๆ ก่อนจะได้มีกำลังใจ แพพเดียวได้กินได้อวดโลก

– ง่ายสุดตั้งแต่ปลูกมาคือพวกต้นอ่อนทั้งหลาย จะต้นอ่อนผักบุ้ง ต้นอ่อนทานตะวัน ได้ทั้งนั้น ปลูกได้แม้กระทั่งในขุยมะพร้าวล้วนๆ ไม่ต้องใช้ดินเลย

.

การเพาะเมล็ด

– เพาะเมล็ด ใช้ peat moss จะดีสุด (แต่ peat moss แพงมากก)

peat moss ล้วนๆ

– สายเน้นทำเอง จะใช้ขุยมะพร้าวร่อนเอาแต่ขุยเล็กๆ + ดิน ในอัตราส่วน 50-50 ก็ได้ค่ะ  หรือจะใช้ peat moss ผสมขุยมะพร้าวก็ประหยัดได้

– สาย gadget จะซื้อน้ำยาสำหรับแช่เมล็ดเร่งรากก็ได้  ซื้อถาดหลุมๆ สำหรับเพาะเมล็ดก็ได้ ซื้อเครื่องวัดค่านั่นนี่โน่นมาวัดค่าดินก็ได้

– สายรักโลก สามารถ reuse กล่องข้าวพลาสติก มาใช้ในการเพาะเมล็ดได้

– ตอนเพาะเมล็ด อย่าให้โดนแดด อย่าวางนอกบ้าน เพราะอาจจะเป็นอาหารกระรอก หนู นก ก่อนที่จะได้เกิดเป็นต้นอ่อน 55555+

– รดน้ำ peat moss/ วัสดุปลูก ให้ “ชุ่ม” อย่าให้ “แฉะ”  (ทำครั้งแรกคือนอยด์มาก อะไรเรียกชุ่ม อะไรเรียกแฉะ  แต่ปลูกไปสักพักจะไม่เครียดเอง เพราะต้นไม้ส่วนมากจะทนพอสมควร แห้งบ้าง ชุ่มบ้าง แฉะบ้าง ก็รอด

– เพาะไปเลยเยอะๆ เมล็ดซองนึงมี 10-100 เมล็ด (แล้วแต่ว่าเป็นผักอะไร)  มันจะมีรอดเสมอ

– อย่าปลูกผักทีละ 1-2 ต้นเด็ดขาด เพราะมันไม่พอกิน 55555+ สมมุติว่ามะเขือเปราะ ต้นนึงจะทยอยออกลูก 1-5 ลูก แต่จะโตพร้อมทานไม่เท่ากัน แปลว่าอาจจะต้องทยอยเก็บวันละ 1 ลูก…. ครบ 5 วัน ถึงได้ทำแกงเขียวหวาน  เอิ่ม….

นี่ขนาดปลูกกระเจี้ยบ 4 ต้นแล้วนะ ยังเก็บได้แค่นี้เอง เค้าไม่ได้โตพร้อมเก็บเท่าๆ กันเน้อออ

ทำอะไรกินดีหล่ะเนี่ย?

.

การปรุงดิน

– ดินถุงที่เราใช้เติมโคนต้นไม้นั้นปลูกผักยากมากกก  ผักจะไม่เกิด หรือเกิดก็ไม่โต ผักอาจจะมีใบจุ๋มจิ๋มให้เราตื่นเต้น แต่ไม่พอกินเหมือนกระเป๋ามินิที่น่ารัก แต่ใช้ใส่ของไม่ได้ 5555+

– ถ้าจะใช้ดินถุงสำเร็จ ให้เติมขี้วัวลงไปในอัตราส่วนครึ่ง-ครึ่ง

– option เสริมสำหรับคนที่อยากจะ more is more คือสามารถใส่แกลบเก่า แกลบดำ ขุยมะพร้าว รำข้าวหยาบ รำข้าวละเอียด ได้หมด มีอะไรก็ใส่อย่างนั้น ไม่มีก็ไม่ต้องใส่  มันไม่เหมือนผงฟูที่ต้องใส่ในเค้กเสมอ  อัตราส่วนใน youtube มีมากมายเลย แล้วแต่ความเชื่อ  แต่แนะนำประมาณ 10-20% พอแหล่ะ

– option เสริมพิเศษ ใส่เปลือกไข่ กากกาแฟ เปลือกถั่วลิสง ลงไปในดินด้วยคือเยี่ยมมาก จริงๆ ก็ใส่ได้แทบทุกอย่างแหล่ะแต่ว่าอาจจะมีหนู/แมลงมากวนใจ ก็จะแนะนำให้เอาไปหมักไปย่อยก่อนค่ะ แต่สำหรับกากกาแฟและเปลือกไข่นี่ใส่ได้เลย

.

ว่าด้วยเรื่องปุ๋ยคอก

– “ปุ๋ยคอก” เป็นคำสุภาพ  เป็นคำรวมๆ ที่เอาไว้เรียก ขี้วัว ขี้หมู ขี้เป็น ขี้ไก่ หรือจะเรียก “มูล” ก็ได้ เช่น มูลวัว มูลเป็ด มูลไก่ มูลไส้เดือน มูลค้างคาว ฯลฯ

– “ปุ๋ยคอกหมัก” คือเอาปุ๋ยด้านบน อันไหนก็ได้  ไปหมักก่อนเอามาใช้ ยกเว้นมูลไส้เดือน มูลค้างคาวที่เค้ามักจะหมักและอัดเม็ดมาพร้อมใช้แล้ว….ปุ๋ยขี้ไก่ก็เหมือนกัน ส่วนมากก็อัดเม็ดมาพร้อมใช้แล้ว

– ควรต้องหมักปุ๋ยก่อนเสมอโดยเฉพาะขี้วัวหรือขี้ไก่สดๆ ไม่อย่างนั้นเวลาเอาไปใส่ผักจะใบเหลืองเลยจ้าา เพราะปุ๋ยมันสดเกินผักรับไหว

– วิธีการหมัก คือเอาขี้ของอะไรก็ได้ มาหมักกับ EM (น้ำหมักสูตรคุณป้าทั้งหลาย)

– ที่บ้านเลี้ยงกระต่ายด้วย ก็เอาอึ๊น้องกระต่ายไปหมักด้วยกันเลย (อึ๊ของสัตว์อะไรก็ได้ที่กินผัก น่าจะใช้ได้หมด)

– ผักกินใบให้ใส่ปุ๋ยขี้วัว  ผักกินผลให้ใส่ปุ๋ยขี้ไก่

.

ว่าด้วยเรื่องน้ำหมักสูตรต่างๆ เริ่มจากที่จำเป็นก่อนละกันนะ… สูตรอื่นๆ เดี๋ยวมาเขียนเพิ่มวันหลัง

– น้ำหมัก EM สำคัญสุด ถ้าขี้เกียจหมักเองก็ไปซื้อค่ะ ราคาแล้วแต่แหล่ง แล้วแต่ยี่ห้อ แกลลอน 5 ลิตร ราคาประมาณ 200-300 บาท

– เราสามารถเอา EM ที่ซื้อมาขยายเชื้อต่อได้ถ้าอยากลอง วิธีคือ น้ำ 8 ส่วน/ EM 1/ กากน้ำตาล 1 ผสมกันในถัง แล้วปิดฝาไว้ราวๆ 1 สัปดาห์จะเกิดเป็นคราบฝ้าๆ ขึ้นด้านบนของผิวน้ำ (จะผสมอัตราส่วนที่ใช้ EM หรือ กากน้ำตาลเยอะกว่านี้ก็ได้ ก็จะเกิดฝ้าเร็วขึ้น แต่เปลืองไง 5555)

– กากน้ำตาล ซื้อได้ทั่วไป ราคาแล้วแต่แหล่ง เคยซื้อ 1 ลิตร 80 บาทมาแล้วที่แหล่งสะดวก แต่ถ้าไปถึงต้นต่อเลยจะตกราคาลิตรละ 10 บาทเท่านั้น แต่ขับรถไกลอยู่ว์เน้อ

– เราสามารถทำ EM เองได้โดยการ เอากากผักผลไม้มาใส่ถังน้ำใหญ่ๆ ไว้ ใส่กากน้ำตาล ใส่อีเอ็มที่เราซื้อมา จะได้น้ำหมักที่มีสารอาหารที่ได้จากผักผลไม้เพิ่มไปอีก แต่นั่นยังไม่เจ๋งเท่าการที่เราจะไปขอผง พด. สำหรับทำน้ำหมัก (พด.2) ที่กรมพัฒนาที่ดิน ใกล้ที่ไหนลองโทรไปถามที่นั่น ของเราไปเอาแถวจตุจักร เค้ามีหลาย พด. เลยแหล่ะ 1-2-3-4-5-ยัน 12 เลยมั้ง แต่ละสูตรก็ใช้สำหรับวัตถุประสงค์ที่ต่างกันออกไป อ่านเพิ่มได้จากที่นี่

.

ว่าด้วยเรื่องของการทำวัสดุปลูกเอง

อันนี้พี้คมากก อ่านแล้วจะบอกเลยว่าเสียดายเศษไม้ใบหญ้าที่ทิ้งไปตลอดชีวิต

คือที่ผ่านมา ตัดหญ้าแล้วก็ทิ้งค่ะ นอกจากเสียของแล้วยังแถมเปลืองถุงขยะมากๆ ด้วย และที่พี้คคือฉลาดไปซื้อดินมาเติมอีกค่าาา คือทิ้งไปทำไม๊….ของดีทั้งนั้น

เราสามารถนำเศษหญ้าจากการตัดหญ้า เศษใบไม้ไปหมักให้เกิดเป็นดินได้!! ของดีๆ ทั้งนั้นจ้าาาา

วิธีทำไม่ยากเลย ก็แค่หามุมเหมาะๆ จะขุดหลุม หากะบะ ถัง หรือกระสอบที่เคยซื้อดินมานั่นหล่ะ เป็นภาชนะ
แล้วก็ทำการใส่หญ้าลงไป สลับชั้นกับดินที่เราซื้อมา ให้หนาราวๆชั้นละ 2 นิ้วก็ได้ค่ะ (อย่าลืมว่าไม่มีสูตรตายตัว) จะใส่ขี้วัวสลับลงไปอีกชั้นก็ได้ สลับกับใบไม้ก็ได้ หรือไม่ใส่ก็ได้ จากนั้นก็รดน้ำ EM ลงไปให้ทั่ว โดยแนะนำว่าให้ทำสัก 2-3 ชั้นแล้วก็รดน้ำทีนึงนะคะ น้ำจะได้เข้าถึงทั่วๆ จากนั้นก็มัดปากถุงหรือปิดฝาไว้ ราวๆ 1 เดือน ทั้งหมดทั้งมวลก็จะกลายเป็นดินดำๆ เลยค่ะ อันนี้หล่ะสุดยอดวัสดุปลูกไม่ต้องไปซื้อที่ไหนเลย

เคล็ดลับคือ ให้หมักใบไม้ใบหญ้าที่ขนาดใกล้ๆ กันในภาชนะเดียวกัน เพราะระยะเวลาย่อยสลายตามธรรมชาติจะได้ใกล้เคียงกันค่ะ ไม่ควรหมักหญ้าอ่อนๆ กับใบไม้หนาๆ เพราะหญ้าจะย่อยแล้วแต่ใบไม้ยังไม่เปื่อยเลย

และเนื่องจากดินที่เราต้องการใช้มันเยอะมากกกก หมักในโอ่งในไหไม่พอ เลยหมักในแปลงที่ก่อสร้างขึ้นมาใหม่นั่นหล่ะค่ะ จะปลูกผักตรงไหน ขุดหลุมแล้วก็หมักไปตรงนั้นได้เลย อย่าลืมเอากระสอบปิดทับหน้าดินเพื่อรักษาความชื้นนะคะ จุลินทรีย์ใน EM จะได้กินใบไม้ให้เบิกบานไปเลย

.

ว่าด้วยเรื่องการกั้นที่ปลูกผักเพิ่ม

ยากสุดก็คือตรงนี้ เพราะเป็นงานที่แบกหามหนักพอสมควรเลยค่ะ โชคดีที่บ้านมีแม่บ้านอยู่คนนึงที่ตัวเล็กแต่แข็งแรงมาก สามารถช่วยกันได้อย่างสนุกสนาน แบบว่าเราวางแพลนและเริ่มไปให้นิดหน่อย ที่เหลือนางสามารถทำต่อเองได้ค่ะ

เนื่องจากไม่มีสกิลการโบกปูนเลย ขอซื้ออิฐบล็อคมาต่อเป็นกะบะง่ายๆ ละกันนะ

ปัจจุบันโรงเรือนก็ยังไม่เสร็จค่ะ 55555

ก็ทำไปเรื่อยๆ เนาะ

.

ความสุขที่ได้ และสิ่งที่ต้องแลกมา

แลกมากับสีผิวแบบทูโทนค่ะ 555555+

สำหรับใครที่อยากดูรูปเพิ่มเเติม สามารถติดตาม IG www.instagram.com/theisolationfarm/ ได้เลยค่ะ

.
.
.
.
Madame Mamuang : มาดามมะม่วง กิน เที่ยว ช้อป
FB/IG : Madame Mamuang
LINE : @madamemamuang
อ่านรีวิวย้อนหลัง >>> https://www.madamemamuang.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s